วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับในการแก้เครียด



ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้สอบแล้ว ผมเป็นอีกคนที่มีความเครียดเป็นอย่างสูง เพราะต้องทำงานที่อาจารย์ได้สั่ง อีกทั้งไม่มีเวลาในการอ่านหนังสือต้องมาโหมอ่านเอาตอนใกล้สอบ ทำให้เกิดความกดดันมาก เพราะกลัวว่าจะทำข้อสอบไม่ได้ ผมจึงนำเอาเคล็ดลับแก้เครียดที่ผมไปอ่านเจอในเวปไซด์มาฝาก

ทุกวันนี้เป็นยุคที่ได้ชื่อว่าโรคเครียดกำลังแพร่ระบาดกันอย่างกว้างขวางยิ่งมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องก็ยิ่งเพาะความเครียดให้เกิดกับผู้คนในสังคมมากมายและความเครียดนี้เองที่เป็นตัวบั่นทอนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนเราซึ่งทางการแพทย์ก็ยอมรับว่าความเครียดเป็นสาเหตุตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหัวใจโรคแผลในกระเพาะอาหารโรคความดันโลหิตสูงโรคจิต โรคประสาทตลอดจนการเกิดอุบัติเหตุต่างๆก็มาจากความเครียดได้เช่นกัน

สำหรับวิธีแก้เครียดนั้นมีอยู่หลายแบบหลายวิธีแต่วิธีที่สามารถเป็นทั้งการป้องกันโรคเครียดและแก้เครียดได้ในตัวก็คือการฝึกควบคุมความคิดนั่นเอง และวิธีการควบคุมที่ง่ายที่สุดก็คือการนับเลข1-5 หรือ 1-10 ในใจ อีกวิธีคือการเพ่งหรือมุ่งความคิดไปที่ปลายจมูกแล้วจับความรู้สึกไปที่ลมหายใจเข้าออกพร้อมกับภาวนาไปด้วยก็ได้เช่น ภาวนาว่า“พุทโธ” หรือ“ยูเซ” หรือ “อัลเลาะห์”ตามความเชื่อของแต่ละคนด้วยวิธีการนี้จะทำให้สมองหยุดคิดหรือหมกมุ่นอยู่กับเรื่องต่างๆที่ก่อกวนอารมณ์จะช่วยให้เกิดความรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นถ้ากำลังกลุ้มอยู่ก็จะหายกลุ้มและไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกเหงาว้าเหว่ หรือนอนไม่หลับวิธีแก้เครียดดังกล่าวก็จะช่วยได้

พระอาจารย์อาภาธโรจากวัดทองกลางจังหวัดอ่างทองเคยกล่าวว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ทุกคนย่อมจะคิดกันอยู่ตลอดเวลาซึ่งถ้าคิดมากเกินไปสมองก็เพลียอ่อนล้า และเครียดหรือคิดหมกมุ่นในสิ่งที่ทำให้ทุกข์ก็จะรู้สึกจิตใจหดหู่เศร้าหมอง แต่ถ้าเรามีการพักให้สมองหยุดคิดมากหรือหงุดหงิดในสิ่งที่เป็นทุกข์ก็จะช่วยผ่อนคลายเครียดความอ่อนล้าและความทุกข์ลงได้ยิ่งถ้ามีการพักสมองให้ว่างลงสักพักเป็นประจำสม่ำเสมอก็จะช่วยให้ความจำดีขึ้นจิตใจมั่นคงสุขุมเยือกเย็นไม่ร้อนรนตกใจหรือตื่นตระหนกง่ายและจากประสบการณ์ที่ท่านเคยชี้แนะผู้ที่มีความเครียดนอนไม่หลับ ให้ลองใช้วิธีโฟกัสความคิดไปที่ปลายจมูกและจับความรู้สึกที่ลมหายใจเข้าออกก็ปรากฏว่าได้ผลดีอย่างยิ่ง

ลองเริ่มฝึกควบคุมความคิดเสียตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ท่านผ่อนคลายจากโรคเครียดและต่อให้วิกฤตเศรษฐกิจเองก็เถอะรับรองว่าไม่อาจเข้ามาแผ้วพานจิตใจของท่านได้อย่างง่ายๆแน่นอน

สุดท้ายความเครียดก็เกิดจากสิ่งที่เราคิดเอง หนักใจไปเอง หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นอดีต หรือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพียงเรารู้จักทำให้ตัวเองอยู่ในปัจจุบัน แล้วทำภาระหน้าที่ของตนให้เสร็จลุล่วงไป การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเพ้อฝันหรือหนักใจกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้วต่างหาก ที่จะทำให้เราเกิดความเครียด

ตัวช่วยทำให้เรียนเก่ง


ตัวช่วยทำให้เรียนเก่ง



แม้หลังจากสอบเสร็จ จะเป็นเวลาที่ได้พักกันเต็มที่ แต่อย่าชะล่าใจไปนะจ๊ะ เพราะเผลอแป๊บเดียวก็เปิดเทอมกันอีกแล้ว วันนี้มีเคล็ดลับเรียนเก่งแบบไม่ลับมาให้ลองทำดู เพื่อรับมือกับเทอมใหม่ มาเริ่มฝึกกันเลยค่ะ


ดื่มน้ำก่อนเข้าเรียน เพราะน้ำช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลได้ แถมยังช่วยให้มี สมาธิจดจ่อดีขึ้นด้วยค่ะ


กดจุดกระตุ้นสมอง แบมือขวาออก กางนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือให้ห่างกันมากที่สุด จากนั้นวางมือลงใต้ร่องกระดูกไหปลาร้า นิ้วมือจะอยู่บนกระดูกอก นวดเบาๆ เป็นจังหวะ ในเวลาเดียวกันนี้ให้ใช้มือซ้ายวางลงบริเวณสะดือพร้มกับกดน้ำหนักลงเบาๆ ค้างไว้สองนาที


วิธีนี้ช่วยให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ดี และยังช่วยสร้างสมาธิในการอ่านเขียนได้ด้วย ไม่ลองไม่รู้ นะจะบอกให้

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

ประวัติคระเทคโนโลยี
คณะเทคโนโลยีได้รับการจัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ ในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเป็นคณะแรกในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปรากฏในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่103 ตอนที่139 ลงวันที่7 สิงหาคมพ.ศ. 2529 ประกอบด้วยสาขาวิชาที่ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต 4 สาขา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนาการ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ จนกระทั่งมี พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2537 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2537 คณะเทคโนโลยีเป็น 1 ใน 4 คณะแรกในสังกัดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยแบ่งส่วนราชการเป็น 3ภาควิชา คือ ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ และภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร แบ่งการบริหารจัดการเป็น 5 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนาการสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละสาขารับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี 5 หลักสูตรในปีการศึกษา 2545 ได้เริ่มการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา โดยเปิดสอนหลักสูตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหลักสูตรแรก วันที่ 1 พฤษภาคม 2549 เป็นต้นมา สาขาวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม(คณะเทคโนโลยี) ย้ายไปสังกัดคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และสาขาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ย้ายไปสังกัดคณะสัตวแพทย์และสัตวศาสตร์ดังนั้นในปี 2550 คณะเทคโนโลยี ประกอบไปด้วย 3 ภาควิชาดังเดิม คือ ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนาการ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร

Bangkok